ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ระบบธนาคาร
หัวข้อ : ผ้ายันต์นางกวัก และผ้ายันต์พระพรหม(ยุคต้น)
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
UID: 1
สำคัญ: 1
โพส: 139
เงิน: 139 บาท
ความดี: 70 แต้ม
เครดิต: 3 แต้ม
จิตพิสัย: 0 แต้ม
บริจาค: 0 แต้ม
ออนไลน์ล่าสุด: 105 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2009-12-17
ใช้งานล่าสุด: 2010-08-25

ผ้ายันต์นางกวัก และผ้ายันต์พระพรหม(ยุคต้น)

ผ้ายันต์นางกวัก และผ้ายันต์พระพรหม
ผ้ายันต์ทั้งสองแบบนี้สร้างมาแล้วนานมากครับ
ตั้งแต่เมื่อครั้งหลวงปู่ยังจำพรรษาอยู่ที่วัดฟ้าหลั่ง ประมาณปี ๓๐ กว่าๆ
ผ้ายันต์นี้หมดไปจากวัดนานมากแล้วครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้ายันต์นางกวัก เป็นผ้ายันต์ที่ขึ้นชื่อมาก
เพราะลูกศิษย์ลูกหาที่ทำมาค้าขาย หรือร้านค้าต่างๆ ระแวกนั้น
มีติดร้าน ติดบ้านกัน ถ้วนหน้า และมีคำบอกเล่าถึงการทำมาค้าขึ้น
มาเล่าสู่กันฟังอยู่เสมอๆ



ส่วนผ้ายันต์พระพรหม มีอักขระ ที่เป็นคาถา ที่หลวงปู่จะใช้สอนลูกศิษย์ (พระสงฆ์)
ลูกศิษย์ยุคเก่าๆ ที่ทันได้เรียนกับท่าน (หลังๆ ท่านอ่อนแรงตามอายุขัย เลยไม่ค่อยได้สอน)
น่าจะจดจำคาถาบทนี้กันได้


ประเด็นนี้พระอาจารย์อินทร ท่านกล่าวยืนยันตรงกับท่านพระครูป๋า ว่า
หลวงปู่เคยสอนให้เอาไว้ใช้โปรดญาติโยมอยู่เป็นประจำ... คาถามีอยู่ว่า


“ถานังธะนังสะเหน่ห์หัง อาคะโตสัพพะสะเหน่ห์หัง
อัทธังสวาหูม โอมสุวัณณะพรหมมารัตตังสิเหน่ห์หัง สะตังมะมะ
นะพรหมมารัตตังอิตถียังหะสัตถัง โอมสวาหูมติด”


เป็นคาถาด้านเมตตา เอาไปใช้ได้ครับ...



ส่วนอักขระคาถาอื่น ก็มีคาถาดอกไม้สวรรค์ คาถาเวสสุวัณ ผูกรวมกัน
ล้วนเป็นคาถาทางด้านเมตตามหานิยมทั้งสิ้นครับ
สรุปความว่า หากปรารถนาทางด้านเมตตามหานิยม ทำมาค้าขาย

ใช้ผ้ายันต์นางกวัก และผ้ายันต์พรหมสี่หน้า ของหลวงปู่ครูบาอินได้เลยครับ

อย่าที่เล่าไว้ข้างต้น ผ้ายันต์นี้หมดไปจากวัดนานแล้ว
แต่ยังมีส่วนหนึ่งตกค้างอยู่ที่บ้านพ่อหนานจันทร์ ไจยสิทธิ์
ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของหลวงปู่ และเป็นผู้ที่เขียนยันต์ ลงตะกรุดถวายหลวงปู่
ตอนนี้ พ่อหนานจันทร์ถึงแก่กรรมไปแล้ว แต่ได้ทิ้งมรดกวัตถุมงคลเหล่านี้ไว้
แม่อุ๊ยดี ภรรยาพ่อหนานจันทร์ จึงนำมาร่วมทำบุญสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์

พูดเรื่องผ้ายันต์พระพรหมแล้วผมนึกได้
หลังจากหลวงปู่ย้ายมาอยู่ที่วัดทุ่งปุยได้พักหนึ่ง
ทางวัดก็ได้จัดสร้างผ้ายันต์พระพรหมแบบ “ย้อนยุค” ขึ้นมาครั้งหนึ่ง
อักขระเดียวกัน แต่รูปภาพ และอักขระ จะเป็นระเบียบเรียบร้อย มากกว่ารุ่นเก่า
ที่คงความสวยคลาสสิคแบบเดิมๆ ไว้ อีกอย่างผ้ายันต์รุ่นใหม่ที่สร้างจะป็นสีเหลือง
ในขณะที่ผ้ายันต์ยุคต้นนี้จะเป็นสีแดง จึงไม่สับสนแน่นอนครับ


จำนวนการสร้าง ผ้ายันต์ไม่ได้บันทึกไว้ ผมจึงไม่สามารถนำมาแจ้งได้ครับ
ถามท่านพระครูป๋า (พระครูสุคนธ์บุญญาภรณ์) เจ้าอาวาสวัดทุ่งปุย

ท่านก็บอกว่าจำไม่ได้ จึงมีข้อมูลเพียงเวลาที่สร้าง แต่ไม่ทราบจำนวนครับ

ผ้ายันต์เก่า แต่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ของเก่าอายุร่วม ๒๐ ปี
แต่ค่าบูชาถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงผืนละ ๑๙๙ บาทเท่านั้น 

ท่านที่สนใจ ติดต่อบูชาได้ที่วัดใหม่หนองหอยเลยครับ

ธีระยุทธ

admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
UID: 1
สำคัญ: 1
โพส: 139
เงิน: 139 บาท
ความดี: 70 แต้ม
เครดิต: 3 แต้ม
จิตพิสัย: 0 แต้ม
บริจาค: 0 แต้ม
ออนไลน์ล่าสุด: 105 (ช.ม.)
สมัครเมื่อ: 2009-12-17
ใช้งานล่าสุด: 2010-08-25
หมายเหตุ: เดิมที ผมเรียกชื่อผ้ายันต์รุ่นนี้ว่า "ผ้ายันต์พระพรหมสี่หน้า" ตามความคุ้นเคย
ที่เหมือนจะเคยได้ยินมาจากพี่เพื่อนๆ ที่วัด...

แต่ต่อมามีผู้รุ้ท่านได้กรุณาทักท้วงว่ามาว่า

"ในล้านนา จะไม่มีคติการสร้าง พรมหม 4 หน้า ผ้ายันต์หรือ ยันต์ อะไรก็เเล้วแต่จะเรียกว่า
ยันต์ พรหม 3 หน้า เป็น ยันต์เมตตา คนฮักคนหุม แม้แต่ยันต์เตียนก็ยังมี เลย
ตำหรับ แบบ เต็มสูตร ที่เห็นก็สามารถไปดูได้ที่ ตู้วัตถุมงคล ของวัดสวนดอกได้ นะครับ
ถ้าจะเรียกให้ถูกต้อง ต้อง
ผ้ายันต์ พรหม 3 หน้า ครับ

กถาพรหม 3 หน้า
อม สุวัณณะพรหมรัตตั๋ง อิตถียัง ปิยัง มะมะ
อม สุวัณณะพรหมรัตตั๋ง อิตถียัง ปิยัง มะมะ อมสาวหุม ติด
ด้วยความเคารพ"


ซึ่งเมื่อได้รับการท้วงติงมาดังนี้ ผมจึงขออนุญาตเปลี่ยนแปลงการเรียกชื่อผ้ายันต์รุ่นนี้
เป็น "ผ้ายันต์พระพรหม" ไว้ ณ ที่นี้ก่อนครับ
ขอขอบพระคุณ "พี่หนานผาบ" ผู้ให้คำแนะนำมาครับ

ธีระยุทธ
รายละเอียด
กล่องตอบกลับด่วน

กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้
ถอยกลับ ถัดไป